ประวัติภูไทบ้านห้องแซง จังหวัดยโสธร

0
31

จากโพสต์ที่แล้ว ความเป็นมาของเผ่าภูไท สำหรับบทความนี้ จะโฟกัสที่ ภูไท บ้านห้องแซง จังหวัดยโสธร

เมื่อกล่าวถึงชนเผ่าภูไท หลายคนคงจะนึกไปถึงเมืองเรณูนคร  ท่าอุเทน หรือในที่อื่น ๆ  น้อยคนนักจะรู้ว่ายโสธรก็มีชนเผ่าภูไทอยู่ด้วย  ในเขตอำเภอเลิงนกทา   เดินทางจากตัวอำเภอไปทางทิศตะวันตกสู่อำเภอหนองพอก

จังหวัดร้อยเอ็ดระยะทางประมาณ  ๒๐  กิโลเมตร มีหมู่บ้านขนาดใหญ่หมู่บ้านหนึ่ง ชื่อ บ้านห้องแซง  ตำบลห้องแซง  อำเภอเลิงนกทา  จังหวัดยโสธร ผู้คนในหมู่บ้านล้วนเป็นเผ่าภูไท  ซึ่งมีบรรพบุรุษมาจากเมืองพิณ เมืองเซโปนหรือตะโปน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว    เดิมบ้านห้องแซง เป็นหมู่บ้านหนึ่ง ในอำเภอเลิงนกทา  จังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาขึ้นกับจังหวัดยโสธร  นับเป็นถิ่นฐานที่มีชาวภูไทอาศัยอยู่ ซึ่งมีเอกลักษณ์ ความเป็นอยู่ ภาษาและวัฒนธรรมของชนเผ่าอยู่อย่างครบถ้วน โดยลักษณะที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์  ที่แตกต่างไปจากเผ่าภูไทกลุ่มอื่น คือ ภาษาและการแต่งกาย( สมชัย  โคตรพันธ์,๒๕๕๒.,๒๑ )สาเหตุของการอพยพของเผ่าภูไทที่มาจากเมืองพิณ และเมืองเซโปน มี  ๒  ประการ คือ

  • เนื่องจากเกิดภัยสงคราม  ถูกกวาดต้อนเป็นเชลยสงคราม ในสมัยสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก
  • ( รัชกาลที่ ๑ ) และสงครามเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์
  • อพยพหาแหล่งที่ทำกินแห่งใหม่ที่อุดมสมบูรณ์  เพราะอยู่ทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เกิดภาวะแห้งแล้งข้าวยากหมากแพง

ประมาณ ปี พ.ศ. ๒๓๕๙  ได้มีผู้คนเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณเนินดินและท้องทุ่งที่กว้างใหญ่ โดยมีครอบครัวประมาณ  ๒๐  ครอบครัวได้มาช่วยกันทำเพิงที่พัก  เพราะเห็นว่าเป็นบริเวณที่อุดมสมบูรณ์มีป่าไม้ใหญ่มีแหล่งน้ำลำห้วย ซึ่งมีน้ำอยู่ตลอดปี มีพืชพรรณนานาชนิด  และเป็นแหล่งชุมนุมของสัตว์ป่าซึ่งมีอยู่มากมาย  ด้วยสาเหตุนี้เองจึงมีผู้เล่าสืบต่อกันมาว่า  บริเวณร่องน้ำ มีต้นหญ้าแซง เป็นหญ้าขนาดใหญ่ประเภทเดียวกันกับ แขมและเลา ขึ้นหนาทึบ บริเวณร่องน้ำนี้เป็นที่อยู่ของแรดใหญ่ตัวหนึ่ง  มีลักษณะพิเศษ คือ นอก่านและมีนายพรานเข้ามาล่าแต่ไม่ปรากฏว่านายพรานคนใดล่ามันได้เลย จนข่าวลือไปถึงหูนายพรานหมา  พรานเขียวและพรานรัง  โดยมีพรานหมาเป็นหัวหน้าเดินทางมาจากทางทิศเหนือของภูเขียว ภูเวียง  พอมาถึงก็ได้เข้าสังเกตบริเวณร่องน้ำ ก็ได้พบกับแรดตัวดังกล่าวกำลังกินดินโป่งอยู่  และได้ประจักแก่สายตาว่าเป็นแรดประหลาด เพราะมีรูปร่างใหญ่ น่ากลัว สมกับคำเล่าลือ  แต่พรานหมาผู้เป็นหัวหน้า มีคาถาอาคมและมีความชำนาญในการล่าสัตว์ เป็นที่ยอมรับกันในบรรดาพรานป่าทั้งหลาย ก่อนจะยิง พรานหมาได้ทำพิธียกมือขึ้นเหนือหัว ตั้งคำอธิษฐาน กล่าวคาถาอาคม จึงได้ลงมือยิงแรดตัวนั้นได้สำเร็จเมื่อพรานทั้งสามล่าแรดนอก่านได้สำเร็จก็ได้เดินทางไปเยี่ยมญาติพี่น้องที่เมืองพิณ  เมืองเซโปนประเทศลาวใช้เวลาในการเดินทางประมาณ  ๙ – ๑๐ วัน ได้เล่าเรื่องแหล่งทำมาหากินและที่อยู่แห่งใหม่ให้ญาติพี่น้องฟัง   ทำให้ตาเพศรีโยธา และตาไซสุเล็น สนใจ  ซึ่งขณะนั้นที่เมืองพิณ และเมืองเซโปน การเป็นอยู่ลำบากยากแค้น  การทำไร่ ทำนาไม่ได้ผลเท่าที่ควร  พรานทั้งสามจึงได้แนะนำและเล่าถึงลักษณะภูมิประเทศ บริเวณป่าแซงให้ฟังจนเป็นที่น่าพอใจ  จึงได้เดินทางมาดูและไปบอกกล่าวกับญาติพี่น้องที่บ้านน้ำปลีกและบ้านเชียงเพ็ง( ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดอำนาจเจริญ) แต่กลับพบกับอุปสรรคและปัญหามากมาย  เพราะบางคนไม่ยอมละทิ้งที่ทำกินเดิม  บางคนไม่มั่นใจในแหล่งที่ทำกินแห่งใหม่  สุดท้ายตาเพศรีโยธา และตาไซสุเล็นตัดสินใจพาลูกหลานที่สมัครใจเดินทางไปตามคำบอกของพรานทั้งสาม เพื่อจะได้พบกับที่ทำกินแห่งใหม่เป็นของตัวเอง  การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยความยากลำบากมาก  จนมาถึงเนินดินและได้สร้างบ้านแห่งใหม่ เรียกว่า บ้านสร้างศรีแก้ว ปัจจุบันเป็นบ้านร้างห่างจากบ้านห้องแซง ประมาณ  ๑๐  กิโลเมตรทางทิศใต้ อยู่ต่อมาอีกได้มาพำนักอีกแห่งหนึ่งตั้งชื่อบ้านใหม่แห่งนี้ว่า บ้านน้ำอ้อม ซึ่งอยู่ทางทิศเดียวกันกับบ้านสร้างศรีแก้วแต่ห่างจากบ้านห้องแซง  ๒  กิโลเมตร  สุดท้ายมาสำรวจและตรวจดูทำเลสร้างบ้านบริเวณป่าแซงเห็นว่าเป็นเนินกว้างมีผู้คนอาศัยอยู่ก่อนแล้วและพื้นที่อุดมสมบูรณ์ จึงย้ายครอบครัวทั้งหมดและตั้งชื่อบ้านแห่งใหม่นี้ว่า  บ้านฮ่องแซง  (ร่องแซง)  สุดท้ายเป็นบ้านห้องแซง  มีอาณาเขต ดังนี้
ทิศเหนือ                             จดห้วยหมุนวังกุดน้ำกิน
ทิศตะวันออก                    จดหนองบัว และห้วยสักหลีก
ทิศใต้                                   จดหนองบึง และห้วยลิงโจน
ทิศตะวันตก                       จดดงหมี และป่าดงปอ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here